logo

ROMANTIC ITALY อิตาลีเมืองในฝัน

กุมภาพันธ์ 3, 2020 | by U588 Travel

ประเทศอิตาลีหรืออิตาลี่ ศูนย์กลางแห่งศิลปะวัฒนธรรม จิตรกรรม และแฟชั่นชั้นนำของโลกตะวันตก อันแสนเย้ายวนใจ และ U588TRAVEL ขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 10 ของอิตาลีที่คุณไม่ควรพลาด

1.กรุงโรม (Rome)

กรุงโรม (Rome) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5ล้านคน  โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมันสาธารณรัฐโรมัน และจักรวรรดิโรมัน

โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870

2. เมืองมิลาน (Milan)

        “ มิลาน (Milan) ” หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า “ มิลาโน่ (Milano) ”เป็นเมืองหลวงทางแฟชันของโลกแข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศส เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี

เมืองมิลานมีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับนิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และโรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและสโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน

3. เมืองเวนิส (Venice)

 เมืองเวนิส (Venice) หรือ เมืองเวเนเซีย (Venezia) หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะ ที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

4. เมืองปิซ่า (Pisa)

          หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa)ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย

5. เมืองฟลอเรนซ์ (Florence)

เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ เมืองฟีเรนเซ (Firenze) คืออีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี   โดยเมืองฟลอเรนซ์นั้นเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลอเรนซ์  และแคว้นทัสกานี (Tuscany) แคว้นที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรม และอุตสาหกรรม ของประเทศอิตาลีนั่นเอง

ศูนย์กลางแห่งศิลปะวัฒธรรมและสถาปัตยกรรมของยุโรปในยุคกลาง ซึ่งได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1982 มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียบเกี่ยวกับโบราณสถานและบุคคลสำคัญของโลกที่คุณควรไปเยือนได้แก่ โบสถ์ซานตาโครเช (Santa Croce) ซึ่งเป็นที่ฝังศพของกาลิเลโอ (Galileo) และไมเคิลแองเจโล (Michelangelo)

6. เมืองเซียนา (Siena)

เมืองเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงจากการแข่งม้าโบราณ (Il Palio) ซึ่งจัดการแข่งขันทุกปี รวมถึงสถาปัตยกรรมจากยุคกลางที่สวยงามดูมีมนต์ขลัง หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวชมเมืองโบราณสวยๆ

เมืองเซียนา (Siena) หรือ เมืองซีเอนา อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศอิตาลี โดยเมืองเซียนานั้นเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเซียนา(Province of Siena)  อีกทั้งยังเป็นแคว้นที่ขึ้นชื่อว่ามีทิวทัศน์งดงามมาก และมีไวน์ที่รสชาติดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของอิตาลีอีกด้วย

7. เมืองเนเปิลส์ (Naples)

อีกหนึ่งเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก และยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของพิซซ่า อาหารประจำชาติของอิตาลี สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมีมากมายหลายแห่ง

เมืองเนเปิลส์ ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ (Naples Bay) กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟสองแห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียส และกัมปีเฟลเกรย์ และยังเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลี มาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ด้วยเหตุนี้เมืองเนเปิลส์ จึงถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

8. เมืองชิงเกวแตร์เร (Cinque Terre)

ชื่อของสถานที่นี้แปลว่าดินแดนทั้งห้า (The Five Lands) ซึ่งก็หมายถึงหมู่บ้านโบราณทั้งห้าที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาตามแนวชายฝั่งทะเล อันได้แก่ ริออมาจัวเร (Riomaggiore) มานารอลา (Manarola) เวอร์นาซซา (Vernazza) โมนเตรอสโซ (Monterosso) และคอร์นิเกลีย (Corniglia) สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวนอุทยานแห่งชาติชิงเกวแตร์เร (Cinque Terre National Park) และได้รับเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสความงามของสถาปัตยกรรมอันสวยงามของทั้งห้าหมู่บ้าน เทือกเขาและทะเล รวมไปถึงความงามของธรรมชาติอื่นๆ นักท่องเที่ยวที่สุขภาพแข็งแรงดีส่วนใหญ่นิยมค่อยๆ เดินเที่ยวจากหมู่บ้านที่หนึ่งไปจนถึงหมู่บ้านที่ห้า หรือไม่ก็สามารถนั่งรถไฟเที่ยวก็ได้เช่นกัน

9. ทะเลสาบโคโม (Lake Como)

เมืองโคโม่นั้นเป็นเมืองเล็กๆที่มีความงดงาม บ้านเรือนปลูกสร้างในสไตล์ของวิลล่าและบ้านพักต่างอากาศ ของผู้มีอันจะกิน สิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนให้มาที่สถานที่แห่งนี้ก็คือตัวทะเลสาบโคโม่นั่นเอง ทะเลสาบนี้เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งและทิ้งน้ำไว้จำนวนมากเมื่ออุณหภูมิของโลกเริ่มอบอุ่นขึ้น จนกลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี

จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่สร้างความสวยงามแปลกตาให้กับสถานที่ก็คือสีสันของบ้านเรือนที่นี่จะใช้สีสดใสแสบตา แต่ดูกลมกลืนเข้ากับทะเลสาบสีน้ำเงินเข้ม และป่าเขาสีเขียว

10. จัตุรัสโรมัน

จตุรัสโรมัน หรือ โรมันฟอรุม  บริเวณนี้เป็นบริเวณศูนย์กลางของการวิวัฒนาการของวัฒนธรรมโรมันมาแต่โบราณ ประชาชนมักจะเรียกบริเวณนี้ว่า “ฟอรุมมังนุม” หรือเพียงสั้นๆ ว่า “ฟอรุม”

โครงสร้างที่เก่าและสำคัญที่สุดต่างๆ ของเมืองเก่าต่างก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ที่รวมทั้งที่ประทับเดิมที่เรียกว่า “เรเจีย” (Regia) และกลุ่มสิ่งก่อสร้างรอบๆ สำหรับ “เทพีพรหมจารีย์” (Vestal virgins) สาธารณรัฐโรมันมีตึกรัฐสภา (Comitium) ที่เป็นที่ประชุมของวุฒิสมาชิกในบริเวณนี้ด้วย จตุรัสเป็นเหมือนจตุรัสศูนย์กลางของเมืองที่ประชาชนใช้เป็นที่ชุมนุมในกิจการต่างๆ ของรัฐ และยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของสาธารณรัฐ และจักรวรรดิต่อมา